พรรคการเมือง
พรรคการเมือง คือ องค์กรทางการเมืองที่รวมบุคคลที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และมีเป้าหมายเพื่อได้อำนาจทางการเมืองในรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองส่วนมากจะเป็นผลรวมของความต้องการภายในพรรค ซึ่งเมื่อพิจารณาสมาชิกพรรคแต่ละคนแล้ว อาจจะมีความแตกต่างกันอย่างมากก็ได้ในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองส่วนใหญ่จะมีผู้นำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้าพรรคการเมืองนั้นได้รับเสียงข้างมาก จะรับหน้าที่เป็นผู้นำรัฐบาล ขณะที่ในระบอบประธานาธิบดี พรรคการเมืองอาจไม่มีผู้นำที่ชัดเจน โดยเฉพาะในระบบการเมืองที่มีการแยกอำนาจโดยสมบูรณ์
ความหมายของพรรคการเมือง
มีผู้ให้ความหมายของพรรคการเมืองไว้มากมาย โดยส่วนใหญ่มีลักษณะร่วมกันอยู่สามประการ ดังนี้๑. เป็นกลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งองค์กรร่วมกัน
๒. มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน คือ สมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในแนวทางกว้างๆคล้ายๆกัน
๓. มีวัตถุประสงค์ให้ได้มาซึ่งอำนาจมหาชน และใช้อำนาจนั้นดำเนินการหรือบริหารประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ลักษณะประการนี้สำคัญยิ่งเพราะโดยธรรมชาติในสังคมอาจมีการรวมตัวกันของบุคคลที่มีความคิดเห็นคล้ายกันเข้าด้วยกัน หากแต่ถ้ากลุ่มดังกล่าวไม่ประสงค์จะเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ย่อมไม่ใช่พรรคการเมือง อาจเป็นสหภาพแรงงาน สมาคม หรือมูลนิธิเท่านั้น โดยสรุป ความหมายของพรรคการเมือง คือ กลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งองค์กรร่วมกันโดยมีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน โดยกลุ่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะยึดกุมอำนาจรัฐ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เข้าเป็นรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามอุดมการณ์ของตนให้สัมฤทธิ์ผล
หน้าที่ของพรรคการเมือง
แม้หน้าที่ของพรรคการเมืองจะมีอยู่หลายประการ แต่อาจแยกหน้าที่หลักของพรรคการเมืองออกเป็นสองประการใหญ่ๆ หน้าที่อื่นๆนั้นเพียงแต่แยกย่อยออกจากหน้าที่หลักทั้งสองประการนี้เท่านั้น หน้าที่ของพรรคการเมือง คือ๑. พรรคการเมืองเป็นตัวกลางเชื่อมความต้องการและบทบาทของประชาชนกับรัฐบาล
ลำพังประชาชนแต่ละคนนั้นย่อมไม่มีอิทธิพลต่อรัฐบาล หากแต่ถ้าประชาชนที่มีความเห็นตรงกันมารวมตัวกันเข้า ทำความคิดเห็นของตนให้เป็นปึกแผ่นเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเพื่อเสนอต่อประชาชนคนอื่นๆพิจารณาเลือกตั้งพรรคของตน ความต้องการของประชาชนจึงจะมีน้ำหนักขึ้น พรรคการเมืองจะเป็นผู้รวบรวม คัดเลือก และส่งผ่านประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประชาชนและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆที่เป็นฐานเสียงของตนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐ และผลักดันให้รัฐบาลนำความต้องการดังกล่าวไปปฏิบัติ ทำให้รัฐบาลมีโอกาสได้สื่อสารกับประชาชนผ่านตัวกลาง
นอกจากนี้ ในแง่ตัวกลางเชื่อมบทบาทของประชาชนกับรัฐบาล พรรคการเมืองยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมือง โดยคัดเลือกผู้มีความสามารถมาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อชิงชัยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐบาลแทนประชาชนส่วนใหญ่ โดยในหน้าที่นี้ พรรคการเมืองต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านการเมืองการปกครองประเทศด้วย
๒. พรรคการเมืองเป็นผู้ใช้อำนาจทางการเมือง
หากพรรคการเมืองสามารถชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในรัฐสภา และจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองย่อมเป็นผู้กำหนดกฎหมายตามความประสงค์ของประชาชน และนำกฎหมายนั้นไปยังคับใช้ พรรคการเมืองกลายเป็นผู้นำความต้องการของประชาชนมาปฏิบัติให้เกิดผลด้วยตนเอง นอกจากนี้ การใช้อำนาจพรรคการเมืองยังหมายรวมถึงการที่พรรคการเมืองเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถาม พิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ รวมทั้งการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
คุณค่าของพรรคการเมืองต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
แม้แต่ในการปกครองระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ยังสามารถมีพรรคการเมืองได้ อาทิ พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศที่มีการปกครองระบอบสังคมนิยม แต่พรรคการเมืองเหล่านั้นไม่สามารถทำหน้าที่พรรคการเมืองได้ เพราะมิได้เป็นตัวกลางเสนอความต้องการของประชาชนให้แก่รัฐบาล ตลอดจนมิได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองแต่อย่างใด ในส่วนการใช้อำนาจรัฐ พรรคการเมืองเหล่านั้นมิได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้แก่ประชาชนดังเช่นที่พรรคการเมืองควรทำจะเห็นได้ว่า พรรคการเมืองจะปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ก็แต่ในภาวการณ์ที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าร่วมแข่งขันกัน อันจะเกิดในบรรยากาศประชาธิปไตย ซึ่งรับรองความเสมอภาค สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล สิทธิในการชุมนุม สิทธิในแสดงความคิดเห็น
แต่เดิม ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยทางตรง พรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องจำเป็น แต่เมื่อสังคมสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ประชาธิปไตยทางตรงย่อมใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก จึงเกิดเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทนขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องมีพรรคการเมืองก็ปรากฏเด่นชัดขึ้น เพราะผู้แทนอิสระนั้นมีความคิดเห็นต่างๆได้หลากหลายกันออกไป การรวมตัวกันเป็นพรรคการเมืองโดยยอมทิ้งความเห็นเล็กน้อยที่ไม่ตรงกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันที่สำคัญกว่าจะช่วยลดความสับสนในการเลือกผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มีตัวเลือกที่น้อยลงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การจัดตั้งขึ้นเป็นพรรคการเมืองนั้นทำให้การเรียกร้องของประชาชนดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่ขึ้นอยู่กับปัจเจกแต่ละคน เพราะแม้ว่าผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองจะตายไป พรรคการเมืองก็ไม่สิ้นสุดลงไปด้วย หากแต่สามารถถูกรับช่วงต่อไปโดยสมาชิกพรรคคนอื่นๆ
ในด้านการใช้อำนาจนิติบัญญัติ พรรคการเมืองจะช่วยพิจารณากลั่นกรองความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยถี่ถ้วนภายในพรรคการเมืองก่อน จึงเสนอต่อสภา ทำให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และรอบคอบมากขึ้น
พรรคการเมืองทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น หากรัฐบาลจะดำเนินนโยบายในทางใดก็สามารถรู้ได้ว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยังสนับสนุนตนอยู่เท่าใด เพราะผู้แทนเหล่านั้นสังกัดในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน หากผู้แทนคนใดจะกระทำตนนอกลู่นอกทางก็ยังมีวินัยพรรคการเมืองที่ตนสังกัดอยู่คอยควบคุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง
ปัจจุบัน หน้าที่ต่างๆที่พรรคการเมืองเคยมีอาจเริ่มถูกแทนที่ด้วยสถาบันอื่น อาทิ สื่อ หรือ องค์การภาคประชาชน เข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐแทนพรรคการเมือง และในบางคราว อาจทำได้ดีกว่าพรรคการเมือง หรือ การที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองได้โดยตรง อาทิ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย หรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่ได้มีบทบาทเท่าเดิมเช่นที่เคยมีมา แต่โดยสภาพสังคมปัจจุบัน พรรคการเมืองยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งหากประชาชนต้องการธำรงประชาธิปไตยไว้
ระบบพรรคการเมือง
ในการศึกษาระบบพรรคการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน เราจะพบว่าเราอาจแบ่งพรรคการเมืองออกเป็น 3 ระบบด้วยกัน
1. ระบบพรรคเดียว
ระบบพรรคเดียวในประเทศเผด็จการทั้งแบบ เบ็ดเสร็จนิยม และอำนาจนิยม เช่นพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว พรรคฟาสซิสต์ของอิตาลี และพรรคนาซีสมัยก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งรัฐธรรมนูญในประเทศเหล่านี้มักจะเขียนไว้ว่าอนุญาตให้มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแข่งขันอีก ตัวอย่างเช่นประเทศจีน เวียด
นาม และคิวบา ซึ่งต่างก็มีระบบการเมืองพรรคเดียวทั้งสิ้น บางประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยก็อาจจะมีพรรคการเมืองเดี่ยวที่มักจะครองเสียงข้างมากในสภา เช่นประเทศอินโดนีเซียเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาในช่วงการปกครองของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต ก็มีพรรคโกลคาร์ ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภากว่า 30 ปี ในประเทศสิงค์โปร์มีพรรคการเมืองเอกเพียงพรรคเดียวคือพรรคPeople’s Action Party หรือ PAP และประเทศมาเลเซียก็มีพรรคการเมืองเอกเพียงพรรคเดียวคือพรรคอัมโนนั่นเอง
2. ระบบสองพรรค
คือการที่มีพรรคการเมืองเด่น ๆ ที่แข่งขันกันเป็นผู้บริหารประเทศเสมอเพียงสองพรรคเท่านั้น พรรคการเมืองอื่น ๆไม่มีความสำ คัญในทางการเมือง ข้อดีของระบบพรรคการเมืองแบบสองพรรคนี้คือ ทำ ให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และมีความมั่นคง เพราะจะมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวทำ หน้าที่รัฐบาลหรือผู้บริหารระเทศ ส่วนอีกพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงน้อยกว่าจะเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของรัฐสภาหรือพรรคฝ่ายค้านก็ได้
3. ระบบหลายพรรค
ระบบหลายพรรคจะมีพรรคการเมืองที่โดดเด่นและมีอิทธิพลในรัฐสภาอยู่หลาย พรรค จุดเด่นก็คือไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอย่างเพียงพอ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ระบบพรรคการเมืองแบบนี้มีในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย เนเธอร์ แลนด์ รวมทั้งประเทศไทย เยอรมัน อิตาลี เบลเยี่ยม สวิสเซอร์แลนด์ และประเทศอินโดนี เซียในปัจจุบัน เป็นต้น
รายชื่อพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน<รวมทั้งหมด 46 พรรคการเมือง>
ภาคผนวก พรรคทางการเมือง
โฉมหน้าหัวหน้าพรรคและสัญลักษณ์ประจำพรรค
หมายเลข | ชื่อพรรค | หัวหน้าพรรค | สัญลักษณ์พรรค |
1 | พรรคเพื่อไทย | ||
2 | พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน | ||
3 | พรรคประชาธิปไตยใหม่ | ||
4 | พรรคประชากรไทย | ||
5 | พรรครักประเทศไทย | ||
6 | พรรคพลังชล | ||
7 | พรรคประชาธรรม | ||
8 | พรรคดำรงไทย | ||
9 | พรรคพลังมวลชน | ||
10 | พรรคประชาธิปัตย์ | ||
11 | พรรคไทยพอเพียง | ||
12 | พรรครักษ์สันติ | ||
13 | พรรคไทยเป็นสุข | ||
14 | พรรคกิจสังคม | ||
15 | พรรคไทยเป็นไทย | ||
16 | พรรคภูมิใจไทย | ||
17 | พรรคแทนคุณแผ่นดิน | ||
18 | พรรคเพื่อฟ้าดิน | ||
19 | พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย | ||
20 | พรรคการเมืองใหม่ | ||
21 | พรรคชาติไทยพัฒนา | ||
22 | พรรคเสรีนิยม | ||
23 | พรรคชาติสามัคคี | ||
24 | พรรคบำรุงเมือง | ||
25 | พรรคกสิกรไทย | ||
26 | พรรคมาตุภูมิ | ||
27 | พรรคชีวิตที่ดีกว่า | ||
28 | พรรคพลังสังคมไทย | ||
29 | พรรคเพื่อประชาชนไทย | ||
30 | พรรคมหาชน | ||
31 | พรรคประชาชนชาวไทย | ||
32 | พรรครักแผ่นดิน | ||
33 | พรรคประชาสันติ | ||
34 | พรรคความหวังใหม่ | ||
35 | พรรคอาสามาตุภูมิ | ||
36 | พรรคพลังคนกีฬา | ||
37 | พรรคพลังชาวนาไทย | ||
38 | พรรคไทยสร้างสรรค์ | ||
39 | พรรคเพื่อนเกษตรไทย | ||
40 | พรรคมหารัฐพัฒนา |
ที่ | ชื่อพรรคการเมือง | หัวหน้าพรรค |
1 | พรรคประชาธิปัตย์ | นาย |
2 | พรรคประชากรไทย | นาย |
3 | พรรคกิจสังคม | นาย |
4 | พรรคมหาชน | นาย |
5 | พรรคไทเป็นไท | นาย |
6 | พรรคกสิกรไทย | นาย |
7 | พรรคกฤษไทยมั่นคง | นายกฤศฌณพงศ์ นุสติพรลภัส |
8 | พรรคชีวิตที่ดีกว่า | นาย |
9 | พรรคสยาม | นาย |
10 | พรรคเพื่อฟ้าดิน | นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ |
11 | พรรคทางเลือกใหม่ | นาย |
12 | พรรคความหวังใหม่ | นาย |
13 | พรรคเพื่อนเกษตรไทย | นาย |
14 | พรรคพลังเกษตรกร | นายอนันต์ กาญจนสุวรรณ |
15 | พรรคประชาราช | นายเสนาะ เทียนทอง |
16 | พรรคดำรงไทย | นาย |
17 | พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย | นาย |
18 | พรรคอาสามาตุภูมิ | นาย |
19 | พรรคชาติสามัคคี | นาย |
20 | พรรคเพื่อไทย | นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ |
21 | พรรคเพื่อแผ่นดิน | นาย |
22 | พรรคอธิปไตย | นาย |
23 | พรรครวมใจไทย-ชาติพัฒนา | นาย |
24 | พรรคแทนคุณแผ่นดิน | นาย |
25 | พรรคชาติไทยพัฒนา | นาย |
26 | พรรคอนาคตไทย | นาย |
27 | พรรคเทียนแห่งธรรม | นาย |
28 | พรรคอนุรักษ์นิยม | นาย |
29 | พรรคธรรมาภิบาลสังคม | นาย |
30 | พรรคสุวรรณภูมิ | ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ |
31 | พรรคพลังไทย | นาง |
32 | พรรคมาตุภูมิ | นายวิวัฒน์ ประวีณวรกุล |
33 | พรรคภูมิใจไทย | นาย |
34 | พรรคเพื่อประชาชน | นาย |
35 | พรรคพอเพียง | นาง |
36 | พรรคต้นตระกูลไทย | นาย |
37 | พรรคเงินเดือนประชาชน | นาย |
38 | พรรคธรรมาธิปัตย์ | นาย |
39 | พรรคขัตติยะธรรม | ว่าที่ ร.ต.สุรภัศ จินทิมา |
40 | พรรคประชาภิวัฒน์ | นาย |
41 | พรรคแนวร่วมมาตุภูมิ | นาย |
42 | พรรคพลังพัฒนา | นาย |
43 | พรรคประชาธรรม | นายมุคตาร์ กีละ |
44 | พรรครวมไทยพัฒนา | นางสาวกิ่งกมล วายุโชติ |
45 | พรรคปวงชนชาวไทย | นายเดชชาติ รัตนวรชาติ |
46 | พรรคการเมืองใหม่ | นาย |



















































































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น