วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พรรคการเมือง

พรรคการเมือง
พรรคการเมือง คือ องค์กรทางการเมืองที่รวมบุคคลที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และมีเป้าหมายเพื่อได้อำนาจทางการเมืองในรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองส่วนมากจะเป็นผลรวมของความต้องการภายในพรรค ซึ่งเมื่อพิจารณาสมาชิกพรรคแต่ละคนแล้ว อาจจะมีความแตกต่างกันอย่างมากก็ได้
ในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองส่วนใหญ่จะมีผู้นำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้าพรรคการเมืองนั้นได้รับเสียงข้างมาก จะรับหน้าที่เป็นผู้นำรัฐบาล ขณะที่ในระบอบประธานาธิบดี พรรคการเมืองอาจไม่มีผู้นำที่ชัดเจน โดยเฉพาะในระบบการเมืองที่มีการแยกอำนาจโดยสมบูรณ์

ความหมายของพรรคการเมือง

มีผู้ให้ความหมายของพรรคการเมืองไว้มากมาย โดยส่วนใหญ่มีลักษณะร่วมกันอยู่สามประการ ดังนี้


๑. เป็นกลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งองค์กรร่วมกัน


๒. มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน คือ สมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในแนวทางกว้างๆคล้ายๆกัน


๓. มีวัตถุประสงค์ให้ได้มาซึ่งอำนาจมหาชน และใช้อำนาจนั้นดำเนินการหรือบริหารประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ลักษณะประการนี้สำคัญยิ่งเพราะโดยธรรมชาติในสังคมอาจมีการรวมตัวกันของบุคคลที่มีความคิดเห็นคล้ายกันเข้าด้วยกัน หากแต่ถ้ากลุ่มดังกล่าวไม่ประสงค์จะเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ย่อมไม่ใช่พรรคการเมือง อาจเป็นสหภาพแรงงาน สมาคม หรือมูลนิธิเท่านั้น โดยสรุป ความหมายของพรรคการเมือง คือ กลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งองค์กรร่วมกันโดยมีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน โดยกลุ่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะยึดกุมอำนาจรัฐ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เข้าเป็นรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามอุดมการณ์ของตนให้สัมฤทธิ์ผล

หน้าที่ของพรรคการเมือง

แม้หน้าที่ของพรรคการเมืองจะมีอยู่หลายประการ แต่อาจแยกหน้าที่หลักของพรรคการเมืองออกเป็นสองประการใหญ่ๆ หน้าที่อื่นๆนั้นเพียงแต่แยกย่อยออกจากหน้าที่หลักทั้งสองประการนี้เท่านั้น หน้าที่ของพรรคการเมือง คือ

๑. พรรคการเมืองเป็นตัวกลางเชื่อมความต้องการและบทบาทของประชาชนกับรัฐบาล
ลำพังประชาชนแต่ละคนนั้นย่อมไม่มีอิทธิพลต่อรัฐบาล หากแต่ถ้าประชาชนที่มีความเห็นตรงกันมารวมตัวกันเข้า ทำความคิดเห็นของตนให้เป็นปึกแผ่นเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเพื่อเสนอต่อประชาชนคนอื่นๆพิจารณาเลือกตั้งพรรคของตน ความต้องการของประชาชนจึงจะมีน้ำหนักขึ้น พรรคการเมืองจะเป็นผู้รวบรวม คัดเลือก และส่งผ่านประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประชาชนและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆที่เป็นฐานเสียงของตนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐ และผลักดันให้รัฐบาลนำความต้องการดังกล่าวไปปฏิบัติ ทำให้รัฐบาลมีโอกาสได้สื่อสารกับประชาชนผ่านตัวกลาง
นอกจากนี้ ในแง่ตัวกลางเชื่อมบทบาทของประชาชนกับรัฐบาล พรรคการเมืองยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมือง โดยคัดเลือกผู้มีความสามารถมาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อชิงชัยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐบาลแทนประชาชนส่วนใหญ่ โดยในหน้าที่นี้ พรรคการเมืองต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านการเมืองการปกครองประเทศด้วย

๒. พรรคการเมืองเป็นผู้ใช้อำนาจทางการเมือง
หากพรรคการเมืองสามารถชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในรัฐสภา และจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองย่อมเป็นผู้กำหนดกฎหมายตามความประสงค์ของประชาชน และนำกฎหมายนั้นไปยังคับใช้ พรรคการเมืองกลายเป็นผู้นำความต้องการของประชาชนมาปฏิบัติให้เกิดผลด้วยตนเอง นอกจากนี้ การใช้อำนาจพรรคการเมืองยังหมายรวมถึงการที่พรรคการเมืองเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถาม พิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ รวมทั้งการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

คุณค่าของพรรคการเมืองต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

แม้แต่ในการปกครองระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ยังสามารถมีพรรคการเมืองได้ อาทิ พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศที่มีการปกครองระบอบสังคมนิยม แต่พรรคการเมืองเหล่านั้นไม่สามารถทำหน้าที่พรรคการเมืองได้ เพราะมิได้เป็นตัวกลางเสนอความต้องการของประชาชนให้แก่รัฐบาล ตลอดจนมิได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองแต่อย่างใด ในส่วนการใช้อำนาจรัฐ พรรคการเมืองเหล่านั้นมิได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้แก่ประชาชนดังเช่นที่พรรคการเมืองควรทำ

จะเห็นได้ว่า พรรคการเมืองจะปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ก็แต่ในภาวการณ์ที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าร่วมแข่งขันกัน อันจะเกิดในบรรยากาศประชาธิปไตย ซึ่งรับรองความเสมอภาค สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล สิทธิในการชุมนุม สิทธิในแสดงความคิดเห็น

แต่เดิม ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยทางตรง พรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องจำเป็น แต่เมื่อสังคมสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ประชาธิปไตยทางตรงย่อมใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก จึงเกิดเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทนขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องมีพรรคการเมืองก็ปรากฏเด่นชัดขึ้น เพราะผู้แทนอิสระนั้นมีความคิดเห็นต่างๆได้หลากหลายกันออกไป การรวมตัวกันเป็นพรรคการเมืองโดยยอมทิ้งความเห็นเล็กน้อยที่ไม่ตรงกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันที่สำคัญกว่าจะช่วยลดความสับสนในการเลือกผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มีตัวเลือกที่น้อยลงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การจัดตั้งขึ้นเป็นพรรคการเมืองนั้นทำให้การเรียกร้องของประชาชนดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่ขึ้นอยู่กับปัจเจกแต่ละคน เพราะแม้ว่าผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองจะตายไป พรรคการเมืองก็ไม่สิ้นสุดลงไปด้วย หากแต่สามารถถูกรับช่วงต่อไปโดยสมาชิกพรรคคนอื่นๆ

ในด้านการใช้อำนาจนิติบัญญัติ พรรคการเมืองจะช่วยพิจารณากลั่นกรองความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยถี่ถ้วนภายในพรรคการเมืองก่อน จึงเสนอต่อสภา ทำให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และรอบคอบมากขึ้น

พรรคการเมืองทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น หากรัฐบาลจะดำเนินนโยบายในทางใดก็สามารถรู้ได้ว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยังสนับสนุนตนอยู่เท่าใด เพราะผู้แทนเหล่านั้นสังกัดในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน หากผู้แทนคนใดจะกระทำตนนอกลู่นอกทางก็ยังมีวินัยพรรคการเมืองที่ตนสังกัดอยู่คอยควบคุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง

ปัจจุบัน หน้าที่ต่างๆที่พรรคการเมืองเคยมีอาจเริ่มถูกแทนที่ด้วยสถาบันอื่น อาทิ สื่อ หรือ องค์การภาคประชาชน เข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐแทนพรรคการเมือง และในบางคราว อาจทำได้ดีกว่าพรรคการเมือง หรือ การที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองได้โดยตรง อาทิ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย หรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่ได้มีบทบาทเท่าเดิมเช่นที่เคยมีมา แต่โดยสภาพสังคมปัจจุบัน พรรคการเมืองยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งหากประชาชนต้องการธำรงประชาธิปไตยไว้


ระบบพรรคการเมือง


             ในการศึกษาระบบพรรคการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน เราจะพบว่าเราอาจแบ่งพรรคการเมืองออกเป็น 3 ระบบด้วยกัน

1. ระบบพรรคเดียว
ระบบพรรคเดียวในประเทศเผด็จการทั้งแบบ เบ็ดเสร็จนิยม และอำนาจนิยม เช่นพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว พรรคฟาสซิสต์ของอิตาลี และพรรคนาซีสมัยก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งรัฐธรรมนูญในประเทศเหล่านี้มักจะเขียนไว้ว่าอนุญาตให้มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแข่งขันอีก ตัวอย่างเช่นประเทศจีน เวียด
นาม และคิวบา ซึ่งต่างก็มีระบบการเมืองพรรคเดียวทั้งสิ้น บางประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยก็อาจจะมีพรรคการเมืองเดี่ยวที่มักจะครองเสียงข้างมากในสภา เช่นประเทศอินโดนีเซียเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาในช่วงการปกครองของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต ก็มีพรรคโกลคาร์ ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภากว่า 30 ปี ในประเทศสิงค์โปร์มีพรรคการเมืองเอกเพียงพรรคเดียวคือพรรคPeople’s Action Party หรือ PAP และประเทศมาเลเซียก็มีพรรคการเมืองเอกเพียงพรรคเดียวคือพรรคอัมโนนั่นเอง

2. ระบบสองพรรค
คือการที่มีพรรคการเมืองเด่น ๆ ที่แข่งขันกันเป็นผู้บริหารประเทศเสมอเพียงสองพรรคเท่านั้น พรรคการเมืองอื่น ๆไม่มีความสำ คัญในทางการเมือง ข้อดีของระบบพรรคการเมืองแบบสองพรรคนี้คือ ทำ ให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และมีความมั่นคง เพราะจะมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวทำ หน้าที่รัฐบาลหรือผู้บริหารระเทศ ส่วนอีกพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงน้อยกว่าจะเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของรัฐสภาหรือพรรคฝ่ายค้านก็ได้

3. ระบบหลายพรรค
ระบบหลายพรรคจะมีพรรคการเมืองที่โดดเด่นและมีอิทธิพลในรัฐสภาอยู่หลาย พรรค จุดเด่นก็คือไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอย่างเพียงพอ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ระบบพรรคการเมืองแบบนี้มีในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย เนเธอร์ แลนด์ รวมทั้งประเทศไทย เยอรมัน อิตาลี เบลเยี่ยม สวิสเซอร์แลนด์ และประเทศอินโดนี เซียในปัจจุบัน เป็นต้น


รายชื่อพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน<รวมทั้งหมด 46 พรรคการเมือง>


ภาคผนวก พรรคทางการเมือง



โฉมหน้าหัวหน้าพรรคและสัญลักษณ์ประจำพรรค
 
หมายเลข
ชื่อพรรค
หัวหน้าพรรค
                  สัญลักษณ์พรรค
1
พรรคเพื่อไทย

นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ



2
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร


       
3
พรรคประชาธิปไตยใหม่ 

นายสุรทิน พิจารณ์



        
         
4
พรรคประชากรไทย

นายสุมิตร สุนทรเวช



  
 
5
พรรครักประเทศไทย

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

    
6
พรรคพลังชล

รองศาสตราจารย์เชาว์ มณีวงษ์
7
พรรคประชาธรรม

นายมุคตาร์ กีละ
8
พรรคดำรงไทย
นายโชติพัฒน์ สกุลดีเชิดชู
   
9
พรรคพลังมวลชน
นายไกรภพ ครองจักรภพ
        
10
พรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

  
11
พรรคไทยพอเพียง
นายจำรัส อินทุมาร
12
พรรครักษ์สันติ
พลตำรวจโทถวิล สุรเชษฐพงษ์
13
พรรคไทยเป็นสุข
นายประดิษฐ์ ศรีประชา


        
14
พรรคกิจสังคม
นายทองพูล   ดีไพร
  
15
พรรคไทยเป็นไทย
นายตรีสัลล์ จันทน์เทียนเดชา
16
พรรคภูมิใจไทย
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล

17
พรรคแทนคุณแผ่นดิน
นายวิชัย ศิรินคร


18
พรรคเพื่อฟ้าดิน
นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ
19
พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
นายโชติ บุญจริง

  
20
พรรคการเมืองใหม่
นายสมศักดิ์  โกศัยสุข
21
พรรคชาติไทยพัฒนา
นายชุมพล ศิลปอาชา


22
พรรคเสรีนิยม
นายพุทธชาติ ช่วยราม

23
พรรคชาติสามัคคี
นายนพดล ไชยฤทธิเดช

24
พรรคบำรุงเมือง
นายสุวรรณ ประมูลชัย



         
25
พรรคกสิกรไทย
 นายจำลอง  ดำสิม

26
พรรคมาตุภูมิ
พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน

27
พรรคชีวิตที่ดีกว่า
นางพูลถวิล ปานประเสริฐ


28
พรรคพลังสังคมไทย
นายวิวัฒน์ เลอยุกต์
29
พรรคเพื่อประชาชนไทย
นายดิเรก กลิ่นจันทร์
     
         
30
พรรคมหาชน
นายอภิรัต ศิรินาวิน
31
พรรคประชาชนชาวไทย
นายสุนทร ศรีบุญนาค
     
    
32
พรรครักแผ่นดิน
นายประทีป ประภัสสร
33
พรรคประชาสันติ
นายดลสวัสด์ ชาติเมธี
34
พรรคความหวังใหม่
นายชิงชัย   มงคลธรรม
35
พรรคอาสามาตุภูมิ
นายมนตรี เศรษฐบุตร
36
พรรคพลังคนกีฬา
นายวนัสธนา สัจจกุล
37
พรรคพลังชาวนาไทย
นายสวัสดิ์ พบวันดี
38
พรรคไทยสร้างสรรค์
นายวิษณุภตฆ์ พีรเจริญวงส์
39

พรรคเพื่อนเกษตรไทย
นายทรงเดช สุขขำ  
  

40
พรรคมหารัฐพัฒนา
นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์

ที่
ชื่อพรรคการเมือง
หัวหน้าพรรค
1
พรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ
2
พรรคประชากรไทย
นายสุมิตร สุนทรเวช
3
พรรคกิจสังคม
นายทองพูล ดีไพร
4
พรรคมหาชน
นายอิระวัชร์ จันทรประเสริฐ
5
พรรคไทเป็นไท
นายชูชาติ ประธานธรรม
6
พรรคกสิกรไทย
นายจำลอง ดำสิม
7
พรรคกฤษไทยมั่นคง
นายกฤศฌณพงศ์ นุสติพรลภัส
8
พรรคชีวิตที่ดีกว่า
นายวรรธวริทธ์ ตันติภิรมย์
9
พรรคสยาม
นายเพ็ชร สายพานทอง
10
พรรคเพื่อฟ้าดิน
นางสาวขวัญดิน สิงห์คำ
11

พรรคทางเลือกใหม่
นายการุณ รักษาสุข
12

พรรคความหวังใหม่
นายชิงชัย มงคลธรรม
13

พรรคเพื่อนเกษตรไทย
นายทรงเดช สุขขำ
14

พรรคพลังเกษตรกร

นายอนันต์ กาญจนสุวรรณ
15
พรรคประชาราชนายเสนาะ เทียนทอง
16

พรรคดำรงไทย
นายโชติพัฒน์ สกุลดีเชิดชู
17

พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
นายเอียน คิดดี
18
พรรคอาสามาตุภูมิ
นายมนตรี เศรษฐบุตร
19

พรรคชาติสามัคคี
นายนภดล ไชยฤทธิเดช
20

พรรคเพื่อไทย

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์
21

พรรคเพื่อแผ่นดิน
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง
22

พรรคอธิปไตย
นายวีระศักดิ์ อุปถัมภ์
23

พรรครวมใจไทย-ชาติพัฒนา
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล
24

พรรคแทนคุณแผ่นดิน
นายวิชัย ศิรินคร
25

พรรคชาติไทยพัฒนา
นายชุมพล ศิลปอาชา
26

พรรคอนาคตไทย
นายทะนงศักดิ์ ประดิษฐ์
27

พรรคเทียนแห่งธรรม
นายธนากร วีระกุลเดชทวี
28

พรรคอนุรักษ์นิยม
นายภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง
29

พรรคธรรมาภิบาลสังคม
นายสุรพงษ์ ภูธนะภิบูล
30

พรรคสุวรรณภูมิ
ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์
31

พรรคพลังไทย
นางวัชรียา ธนะแพทย์
32
พรรคมาตุภูมินายวิวัฒน์ ประวีณวรกุล
33

พรรคภูมิใจไทย

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล
34

พรรคเพื่อประชาชน
นายธนาณฐ ศรีวัฒนะ
35

พรรคพอเพียง
นางวันเพ็ญ เฟื่องงาม
36

พรรคต้นตระกูลไทย
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
37

พรรคเงินเดือนประชาชน
นายอิ่นแก้ว เทียนแก้ว
38

พรรคธรรมาธิปัตย์

นายธันวา ไกรฤกษ์
39
พรรคขัตติยะธรรม
ว่าที่ ร.ต.สุรภัศ จินทิมา
40

พรรคประชาภิวัฒน์
นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี
41

พรรคแนวร่วมมาตุภูมิ
นายสากล ศรีเสมอ
42

พรรคพลังพัฒนา
นายสนิท มาประจวบ
43

พรรคประชาธรรม

นายมุคตาร์ กีละ
44
พรรครวมไทยพัฒนา
นางสาวกิ่งกมล วายุโชติ
45
พรรคปวงชนชาวไทย
นายเดชชาติ รัตนวรชาติ
46
พรรคการเมืองใหม่
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น